พี่ ๆ เย็นนี้ว่างป่าว ขึ้นต้นอย่างนี้ชวนไปกินเหล้าแหง ๆ ไปได้ชวนไปเปียแชร์แน่นอน
เย็นน่ะไม่ว่างหรอก แต่ค่ำ ๆ น่ะพอไหว ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดว่ะ
ผมก็หมายความถึงค่ำ ๆ นั่นแหละพี่ ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนผมหน่อยดิ จะไปกับที่ออฟฟิศใหม่น่ะ เพิ่งเข้าไป ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้ฟระ
เออ ก็ได้ แต่ตามไปค่ำ ๆ นะโว้ย
มันจัดแจงบอกร้านเสร็จสรรพ แถมยังบอกอีกนะว่า
พี่ต้องมาให้ได้นะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง
ผมไปทำงานต่างจังหวัด กว่าจะกลับมาก็สองทุ่มกว่า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กว่าจะถึงที่หมายก็ใกล้สี่ทุ่มเต็มที
เดินไปเดินมารอบร้านสักสามสิบรอบเห็นจะได้(อันนี้ก็เว่อร์ไปนิด) แต่ไร้วี่แววไอ้เจ้าคนชวน
ไอ้เวร เปลี่ยนร้านก็ไม่บอก ผมนึกในใจ พร้อมกดโทรศัพท์หามัน กะจะด่าซะให้เต็มคราบ
สัญญาณว่าง แต่ไม่มีคนรับ กดแล้วกดอีกสามสิบรอบ(อันนี้ของจริง) ก็ไม่ได้ยินหมาที่ไหนรับสักตัว
ทีแรกก็นึกว่าในร้านเสียงดัง มันอาจไม่ได้ยิน แต่พอนาน ๆ เข้าซักเริ่มเป็นห่วงตามประสาคนรู้จักกันดี(โดยเฉพาะเวลามันมีอาการเมา)
Ship หายแล้วไง ไม่ใช่มันไปเมาหลับอยู่ที่ไหนนะ
กลับเข้าไปในร้านอีกที ตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ กดโทรศัพท์หามันดู หูก็รอฟังเสียงว่ามันจะมาสลบคาห้องน้ำอยู่รึเปล่า
สัญญาณสายว่าง แต่ไม่มีคนรับเหมือนเดิมเดี้ยะ ในห้องน้ำก็ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ใครดัง
ทำไงดีวะกรู คิดไปร้อยแปด ดีดีทั้งนั้น ไปมีเรื่องกะใครบ้างละ ไปนอนอยู่ข้างถนนที่ไหนบ้างละ
โทรยังไงมันก็ไม่มีใครรับ จนอ่อนใจ กลับบ้านนอนดีก่า
ก่อนตัดสินใจขึ้นรถ ลองกดหามันดูอีกที ทีสุดท้ายแล้วนะโว้ย ลูกเมียก็ไม่ใช่ เรื่องอะไรของกรูวะเนี่ย
"โหลลลลลลลลลลลลลลล เฮ้ย! รับสายแล้วโว้ย แต่เสียงเมาโคตร เหมือนซัดเหล้าเพียว ๆ ไปสามกลมซ้อน
เอ็งอยู่ที่ไหนวะ แล้วถามมันตอนนี้แล้วจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย
อยู่โบนโร้ดดดดดดดดดดดดดดแท็กกกกกกกกกกกกกกกกซี่พี่ เมาเอี้ย ๆ เลย เออ มรึงไม่ต้องมาบอกกรูเลย แค่เสียงมรึงกรูก็รู้แล้วว่าเมาแค่ไหน
แล้วเอ็งกลับบ้านถูกมั้ยเนี่ย
ถะ ถูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกพี่ เนี่ย ถะ ถึงงงงงงงงงงงงงงงงแล้วววววววววววววววววว
ผมถอนหายใจโล่งอกยังไม่ทันสุด เสียงมันก็ดังขึ้นผ่านโทรศัพท์มาจนผมต้องกลุ้มอีกรอบ
เฮ้ย! แมร่งมาส่งกรูที่ไหนวะเนี่ย
อ้าว บรรเจิดแล้วล่ะสิมัน มันอยู่ไหนมันยังไม่รู้ ผมจะตามไปดูมันถูกมั้ยเนี่ย
มิหนำซ้ำ สัญญาณมือถือก็ดับวูบ กดไปอีกทีกลายเป็นติดต่อไม่ได้
ตายละหวา น้องกรู โดนแท็กซี่ล่อลวงไปทิ้งไว้ที่ไหนละเนี่ย
พยายามโทรแล้วโทรเล่า ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม สุดท้ายผมก็ต้องนั่งรถกลับห้องตามระเบียบ เหล้าก็ไม่ได้กิน แถมยังต้องมานั่งเป็นห่วงสวัสดิภาพมันอีก
ตื่นเช้าขึ้นมาโทรหามัน ก็ยังติดต่อไม่ได้อีก
กว่าพ่อคุณจะเปิดโทรศัพท์รับข่าวสารก็ปาเข้าไปสาย ๆ
สอบถามเข้าก็ได้ความว่า เมื่อวานล่อเบียร์อุ่นเครื่องเข้าไปตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงเย็น แล้วก็ไปกินเหล้าต่อร้านที่มันนัดผมนั่นแหละ ข้าวเย็นกับก้งกับแกล้มไม่มีตกถึงท้อง
มันก็น็อคนะสิครับ ถามได้
แล้วตอนเอ็งออกจากร้านนั่งรถกลับหอน่ะ เอ็งบอกคนที่เอ็งไปด้วยรึป่าววะ
บอกซะที่ไหนละพี่ เรียกแท็กซี่ถูกก็บุญแล้วผม เออ น้องพี่ เอ็งมารยาทดีมาก ๆ
แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ รู้มั้ยกว่ามันจะลากสังขารถึงห้องได้ มันต้องขึ้นแท็กซี่กี่คัน
คำตอบคือ สามคันครับผม
คันแรก ขึ้นไปได้สักพักมันก็ฉลองเบาะแท็กซี่ใหม่เค้าด้วยการอ้วกซะไม่มีดี
คนขับต้องพามันเข้าปั๊ม ให้มันจ่ายค่าล้างรถ แล้วก็...
ไล่มันลง ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบ!
แท็กซี่รายที่สองนี่ก็เป็นตอนที่ผมพยายามโทรหามันแล้วมันรับสายได้
หอพักมันอยู่ประดิพัทธ์ 25 ไม่รู้ว่ามันเมาหรือแท็กซี่งง
พามันไปส่งที่อินทรามระ 25 (ฮา!)
มันก็ลงรถซะดิบดี ที่ไหนได้จนแท็กซี่ไปแล้วถึงได้รู้ว่ามาผิดซอย
แล้วซอยแมร่งงงลึกเอี้ย ๆ เลยน่ะพี่ แถมมีหมาประจำซอยอีกเป็นฝูง กว่าจะเดินออกมาปากซอย
ได้จนรู้ว่าเป็นที่ไหน เล่นเอาเกือบสร่าง
ก็แค่เกือบหรอกครับ เพราะมันเล่นอ้วกรดแท็กซี่คันที่สามปิดท้ายอีกรอบ
นี่ผมยังไม่ได้บอกพี่ที่ไปด้วยเลยว่าทำไมกลับมาก่อน ไม่รู้จะบอกเค้าว่าไง มันปรารภเชิงปรึกษา
ไม่เห็นต้องคิดมากเลยไอ้น้องชาย เล่าให้เค้าฟังอย่างที่เอ็งเล่าให้ข้าฟังนี่ละ เค้าคงสงสารเอ็งอยู่บ้างหรอก
แต่เค้าจะสงสารแท็กซี่มากกว่าสงสารเอ็งเหมือนกับข้ารึเปล่า อีกเรื่องนึง 5555
อีกราย ขอเผาคนใกล้ตัวสักนิดนึงเถอะ ไม่ใช่ใครที่ไหน คนในคลับเฉลิมไทยนี่แหละ
เจ้าของเรื่องมาอ่านเจอ นึกซะว่าเป็นวิทยาทานแล้วกันนะเอ็ง
คืนหนึ่งได้โอกาสเหมาะ รวมวงกินเหล้าที่ร้านประจำ
ร้านที่มีแค่ครึ่ง ไม่ถึงบาทนั่นแหละ
มีคนในคลับกับสมาชิกชมรมฯ ขาประจำไปรวมกันประมาณสี่ห้าคน รวมเจ้าพระเอกตอนนี้ของเราด้วย
ตอนแรกก็ดื่มกันอยู่สามสี่คน เหล้าหมดไปขวดกว่า ๆ
ก่อนเที่ยงคืน สมาชิกในวงคนนึงขอตัวกลับ คาดว่ากลัวรถฟักทองจะกลายเป็นหนู (แต่จะทิ้งรองเท้าแก้วไว้หน้าร้านรึเปล่าไม่ทราบได้ เพราะไม่ได้วิ่งตามไปดู) สวนทางกับพระเอกของเราหน้าร้านพอดิบพอดี
เที่ยงคืนนิดหน่อย กำลังได้ที่ แต่...
เหล้าขวดที่สองไม่เหลือแล้ว
เหลือเวลาอีกชั่วโมงนิด ๆ ทุกคนตัดสินใจ สั่งขวดใหม่ก็ได้วะ ทิ้งไว้ทำเชื้อคราวหน้าสักครึ่งขวดคงไม่เสียหลาย
ผ่านไปไม่กี่นาที ประมาณว่าเหล้าที่เปิดมาใหม่ ยังชงไปยังไม่ได้ครบทุกคน
พอดีมีโซดาอยู่ขวด ยังไม่ได้เปิด จะเรียกเด็กเสิร์ฟก็ไม่เห็นมีคนไหนอยู่ใกล้ ผมก็เลยล้วงกระเป๋ากางเกงกะจะหยิบพวงกุญแจที่เปิดขวดได้ออกมา
แต่ยังไม่ทันจะขยับมือออกมาจากกระเป๋า
พ่อตัวดีก็โชว์พราวด์ด้วยการเอาขวดเหล้าเปิดขวดโซดา
แต่เสียงไม่ยักกะดังฟู่แบบขวดโซดาถูกเปิด
มันดัง ป๊อก พร้อมเหล้าส่วนหนึ่งกระจายเต็มโต๊ะ
โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จ เอ็งยอดมากเจ้าน้องชาย!
เหล้าเพิ่งเปิดใหม่ อีกไม่ถึงชั่วโมงร้านจะปิด เอ็งเอาไปเปิดโซดาทำคอขวดเหล้าหักซะอย่างนั้น
เอาไงล่ะ ฝากก็ไม่ได้ เอากลับบ้านก็ไม่เหมาะ ไปเผลอทำหกรดแท็กซี่ คนขับจะว่าล่วงบุพการีเอาง่าย ๆ
เหลืออยู่ทางเดียว ซัดมันซะให้หมดตรงนั้นแหละดี
คืนนั้น ถ้าใครอยู่ใกล้ ๆ จะเห็นโต๊ะหนึ่งซดเหล้ากันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกลัวขวดเหล้ามันจะทำลายตัวเองภายในอีกสิบวินาที เด็กเสิร์ฟที่พอจะสนิทคนไหนผ่านมา ก็ได้รับอานิสงค์กันถ้วนหน้า
ส่วนเจ้ามือดี ก็ได้แต่ยกมือไหว้ประหลก ๆ
ขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ
เออ กรูรู้ ว่ามรึงน่ะหวังดี ไม่ได้ตั้งใจ
แต่พวกกรูน่ะ เสียดายเหล้า(โว้ย!)
เอิ๊กกกกกกกกกส์!
5 มกราคม 2548