2005/Jan/19

พี่ ๆ เย็นนี้ว่างป่าว ขึ้นต้นอย่างนี้ชวนไปกินเหล้าแหง ๆ ไปได้ชวนไปเปียแชร์แน่นอน

เย็นน่ะไม่ว่างหรอก แต่ค่ำ ๆ น่ะพอไหว ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดว่ะ 

ผมก็หมายความถึงค่ำ ๆ นั่นแหละพี่ ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนผมหน่อยดิ จะไปกับที่ออฟฟิศใหม่น่ะ เพิ่งเข้าไป ยังไม่คุ้นเท่าไหร่ ซื้อหวยทำไมไม่ถูกอย่างนี้ฟระ

เออ ก็ได้ แต่ตามไปค่ำ ๆ นะโว้ย 

มันจัดแจงบอกร้านเสร็จสรรพ แถมยังบอกอีกนะว่า

พี่ต้องมาให้ได้นะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง

ผมไปทำงานต่างจังหวัด กว่าจะกลับมาก็สองทุ่มกว่า อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กว่าจะถึงที่หมายก็ใกล้สี่ทุ่มเต็มที

เดินไปเดินมารอบร้านสักสามสิบรอบเห็นจะได้(อันนี้ก็เว่อร์ไปนิด) แต่ไร้วี่แววไอ้เจ้าคนชวน

ไอ้เวร เปลี่ยนร้านก็ไม่บอก ผมนึกในใจ พร้อมกดโทรศัพท์หามัน กะจะด่าซะให้เต็มคราบ

สัญญาณว่าง แต่ไม่มีคนรับ กดแล้วกดอีกสามสิบรอบ(อันนี้ของจริง) ก็ไม่ได้ยินหมาที่ไหนรับสักตัว

ทีแรกก็นึกว่าในร้านเสียงดัง มันอาจไม่ได้ยิน แต่พอนาน ๆ เข้าซักเริ่มเป็นห่วงตามประสาคนรู้จักกันดี(โดยเฉพาะเวลามันมีอาการเมา)

Ship หายแล้วไง ไม่ใช่มันไปเมาหลับอยู่ที่ไหนนะ

กลับเข้าไปในร้านอีกที ตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำ กดโทรศัพท์หามันดู หูก็รอฟังเสียงว่ามันจะมาสลบคาห้องน้ำอยู่รึเปล่า

สัญญาณสายว่าง แต่ไม่มีคนรับเหมือนเดิมเดี้ยะ ในห้องน้ำก็ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ใครดัง

ทำไงดีวะกรู คิดไปร้อยแปด ดีดีทั้งนั้น ไปมีเรื่องกะใครบ้างละ ไปนอนอยู่ข้างถนนที่ไหนบ้างละ

โทรยังไงมันก็ไม่มีใครรับ จนอ่อนใจ กลับบ้านนอนดีก่า

ก่อนตัดสินใจขึ้นรถ ลองกดหามันดูอีกที ทีสุดท้ายแล้วนะโว้ย ลูกเมียก็ไม่ใช่ เรื่องอะไรของกรูวะเนี่ย

"โหลลลลลลลลลลลลลลล เฮ้ย! รับสายแล้วโว้ย แต่เสียงเมาโคตร เหมือนซัดเหล้าเพียว ๆ ไปสามกลมซ้อน

เอ็งอยู่ที่ไหนวะ แล้วถามมันตอนนี้แล้วจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย

อยู่โบนโร้ดดดดดดดดดดดดดดแท็กกกกกกกกกกกกกกกกซี่พี่ เมาเอี้ย ๆ เลย เออ มรึงไม่ต้องมาบอกกรูเลย แค่เสียงมรึงกรูก็รู้แล้วว่าเมาแค่ไหน

แล้วเอ็งกลับบ้านถูกมั้ยเนี่ย 

ถะ ถูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกพี่ เนี่ย ถะ ถึงงงงงงงงงงงงงงงงแล้วววววววววววววววววว 

ผมถอนหายใจโล่งอกยังไม่ทันสุด เสียงมันก็ดังขึ้นผ่านโทรศัพท์มาจนผมต้องกลุ้มอีกรอบ

เฮ้ย! แมร่งมาส่งกรูที่ไหนวะเนี่ย

อ้าว บรรเจิดแล้วล่ะสิมัน มันอยู่ไหนมันยังไม่รู้ ผมจะตามไปดูมันถูกมั้ยเนี่ย

มิหนำซ้ำ สัญญาณมือถือก็ดับวูบ กดไปอีกทีกลายเป็นติดต่อไม่ได้

ตายละหวา น้องกรู โดนแท็กซี่ล่อลวงไปทิ้งไว้ที่ไหนละเนี่ย

พยายามโทรแล้วโทรเล่า ก็ติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม สุดท้ายผมก็ต้องนั่งรถกลับห้องตามระเบียบ เหล้าก็ไม่ได้กิน แถมยังต้องมานั่งเป็นห่วงสวัสดิภาพมันอีก

ตื่นเช้าขึ้นมาโทรหามัน ก็ยังติดต่อไม่ได้อีก

กว่าพ่อคุณจะเปิดโทรศัพท์รับข่าวสารก็ปาเข้าไปสาย ๆ

สอบถามเข้าก็ได้ความว่า เมื่อวานล่อเบียร์อุ่นเครื่องเข้าไปตั้งแต่ยังไม่ห้าโมงเย็น แล้วก็ไปกินเหล้าต่อร้านที่มันนัดผมนั่นแหละ ข้าวเย็นกับก้งกับแกล้มไม่มีตกถึงท้อง

มันก็น็อคนะสิครับ ถามได้

แล้วตอนเอ็งออกจากร้านนั่งรถกลับหอน่ะ เอ็งบอกคนที่เอ็งไปด้วยรึป่าววะ

บอกซะที่ไหนละพี่ เรียกแท็กซี่ถูกก็บุญแล้วผม เออ น้องพี่ เอ็งมารยาทดีมาก ๆ

แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ รู้มั้ยกว่ามันจะลากสังขารถึงห้องได้ มันต้องขึ้นแท็กซี่กี่คัน

คำตอบคือ สามคันครับผม

คันแรก ขึ้นไปได้สักพักมันก็ฉลองเบาะแท็กซี่ใหม่เค้าด้วยการอ้วกซะไม่มีดี

คนขับต้องพามันเข้าปั๊ม ให้มันจ่ายค่าล้างรถ แล้วก็...

ไล่มันลง ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบ!

แท็กซี่รายที่สองนี่ก็เป็นตอนที่ผมพยายามโทรหามันแล้วมันรับสายได้

หอพักมันอยู่ประดิพัทธ์ 25 ไม่รู้ว่ามันเมาหรือแท็กซี่งง

พามันไปส่งที่อินทรามระ 25 (ฮา!)

มันก็ลงรถซะดิบดี ที่ไหนได้จนแท็กซี่ไปแล้วถึงได้รู้ว่ามาผิดซอย

แล้วซอยแมร่งงงลึกเอี้ย ๆ เลยน่ะพี่ แถมมีหมาประจำซอยอีกเป็นฝูง กว่าจะเดินออกมาปากซอย

ได้จนรู้ว่าเป็นที่ไหน เล่นเอาเกือบสร่าง

ก็แค่เกือบหรอกครับ เพราะมันเล่นอ้วกรดแท็กซี่คันที่สามปิดท้ายอีกรอบ

นี่ผมยังไม่ได้บอกพี่ที่ไปด้วยเลยว่าทำไมกลับมาก่อน ไม่รู้จะบอกเค้าว่าไง มันปรารภเชิงปรึกษา

ไม่เห็นต้องคิดมากเลยไอ้น้องชาย เล่าให้เค้าฟังอย่างที่เอ็งเล่าให้ข้าฟังนี่ละ เค้าคงสงสารเอ็งอยู่บ้างหรอก

แต่เค้าจะสงสารแท็กซี่มากกว่าสงสารเอ็งเหมือนกับข้ารึเปล่า อีกเรื่องนึง 5555

อีกราย ขอเผาคนใกล้ตัวสักนิดนึงเถอะ ไม่ใช่ใครที่ไหน คนในคลับเฉลิมไทยนี่แหละ

เจ้าของเรื่องมาอ่านเจอ นึกซะว่าเป็นวิทยาทานแล้วกันนะเอ็ง

คืนหนึ่งได้โอกาสเหมาะ รวมวงกินเหล้าที่ร้านประจำ

ร้านที่มีแค่ครึ่ง ไม่ถึงบาทนั่นแหละ

มีคนในคลับกับสมาชิกชมรมฯ ขาประจำไปรวมกันประมาณสี่ห้าคน รวมเจ้าพระเอกตอนนี้ของเราด้วย

ตอนแรกก็ดื่มกันอยู่สามสี่คน เหล้าหมดไปขวดกว่า ๆ

ก่อนเที่ยงคืน สมาชิกในวงคนนึงขอตัวกลับ คาดว่ากลัวรถฟักทองจะกลายเป็นหนู (แต่จะทิ้งรองเท้าแก้วไว้หน้าร้านรึเปล่าไม่ทราบได้ เพราะไม่ได้วิ่งตามไปดู) สวนทางกับพระเอกของเราหน้าร้านพอดิบพอดี

เที่ยงคืนนิดหน่อย กำลังได้ที่ แต่...

เหล้าขวดที่สองไม่เหลือแล้ว

เหลือเวลาอีกชั่วโมงนิด ๆ ทุกคนตัดสินใจ สั่งขวดใหม่ก็ได้วะ ทิ้งไว้ทำเชื้อคราวหน้าสักครึ่งขวดคงไม่เสียหลาย

ผ่านไปไม่กี่นาที ประมาณว่าเหล้าที่เปิดมาใหม่ ยังชงไปยังไม่ได้ครบทุกคน

พอดีมีโซดาอยู่ขวด ยังไม่ได้เปิด จะเรียกเด็กเสิร์ฟก็ไม่เห็นมีคนไหนอยู่ใกล้ ผมก็เลยล้วงกระเป๋ากางเกงกะจะหยิบพวงกุญแจที่เปิดขวดได้ออกมา

แต่ยังไม่ทันจะขยับมือออกมาจากกระเป๋า

พ่อตัวดีก็โชว์พราวด์ด้วยการเอาขวดเหล้าเปิดขวดโซดา

แต่เสียงไม่ยักกะดังฟู่แบบขวดโซดาถูกเปิด

มันดัง ป๊อก พร้อมเหล้าส่วนหนึ่งกระจายเต็มโต๊ะ

โอ้ พระเจ้าช่วยกล้วยจอร์จ เอ็งยอดมากเจ้าน้องชาย!

เหล้าเพิ่งเปิดใหม่ อีกไม่ถึงชั่วโมงร้านจะปิด เอ็งเอาไปเปิดโซดาทำคอขวดเหล้าหักซะอย่างนั้น

เอาไงล่ะ ฝากก็ไม่ได้ เอากลับบ้านก็ไม่เหมาะ ไปเผลอทำหกรดแท็กซี่ คนขับจะว่าล่วงบุพการีเอาง่าย ๆ

เหลืออยู่ทางเดียว ซัดมันซะให้หมดตรงนั้นแหละดี

คืนนั้น ถ้าใครอยู่ใกล้ ๆ จะเห็นโต๊ะหนึ่งซดเหล้ากันอย่างบ้าคลั่งเหมือนกลัวขวดเหล้ามันจะทำลายตัวเองภายในอีกสิบวินาที เด็กเสิร์ฟที่พอจะสนิทคนไหนผ่านมา ก็ได้รับอานิสงค์กันถ้วนหน้า

ส่วนเจ้ามือดี ก็ได้แต่ยกมือไหว้ประหลก ๆ

ขอโทษพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ

เออ กรูรู้ ว่ามรึงน่ะหวังดี ไม่ได้ตั้งใจ

แต่พวกกรูน่ะ เสียดายเหล้า(โว้ย!)

เอิ๊กกกกกกกกกส์!

5 มกราคม 2548

2005/Jan/19

นี่พี่ พี่รู้ไรมะ พี่เป็นพี่ที่ผมรักและเคารพมากเลย แต่เวลาเรามากินเหล้ากัน ผมทำอะไรล่วงเกินไป ขอโทษด้วยนะครับ บางทีคนเราสนิทกัน มันต้องมีแซวกันนิด ๆ หน่อย ใช่มะ

รุ่นน้องคนนึงมากอดคอคุยกับผมหลังจากที่กรึ่มได้ที่ กรุณาอ่านด้วยเสียงยานคางเล็ก ๆ จะได้อารมณ์สมจริง

เออ ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ ผมก็ตอบไปตามมารยาท แต่ในใจคิดว่า ก็โอเคอยู่ ตราบใดที่เอ็งยังไม่ปีนเกลียวมาชี้หน้าด่าข้ากลางวง ข้าก็ยังทนด้ายยยยย (กัดฟันกรอด ๆ)

ในวงเหล้าก็อย่างนี้แหละครับ แซวกันเองแรง ๆ บ้าง นินทาคนอื่นนอกวง(อย่างเมามัน) บ้าง แล้วแต่โอกาสจะอำนวย

แต่ถ้าคุณ ๆ เป็นผู้อาวุโสกว่าคนอื่นสักหน่อย ก็อาจจะได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษ ขบกัดแค่ชนิดถาก ๆ แสบ ๆ คัน ๆ ไม่ถึงขนาดยิงมุกฆ่ากันให้ตายไปตรงนั้น

ก็ไม่รู้ว่ามันเกรงใจด้วยความเคารพจริงจัง หรือกลัวอันตรายจะอวัยวะเบื้องล่างกันแน่ (ฮา!)

แซวเสร็จก็ยกมือไหว้ประหลก ๆ ขอสมาลาโทษกันเป็นเคส ๆ ไป

พี่ ผมขอโต้ดดดดด! ผมย้อเย่นนนนน เออ เล่นง่ายนะมรึง เผากรูจนเกรียมแล้วก็ขอโทษง่าย ๆ คำเดียว

เออ กรูเข้าใจ (กัดฟันกรอด ๆ อีกรอบ)

ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย ชิ!

จริง ๆ การร่วมวงสุรากับรุ่นน้อง ๆ มันก็ดีไปอย่างนะครับ ด้วยอาวุโสสูงกว่า เราก็จะได้รับการเอาใจหรือมีสิทธิพิเศษในระดับหนึ่ง ชงเหล้าให้ชนิดไม่ขาดตกบกพร่อง ยกเว้นกรณีพวกเรามีสาว ๆ สวย ๆ หลงทางมานั่งร่วมวง เป้าหมายของการเอาใจก็จะเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน ไม่เห็นหัวกันชั่วขณะ ตาเบลอเพราะความสวยใสของสาว ๆ มันพุ่งเข้าตานั่นเอง

เออ กรูเข้าใจ (อีกที)

เพราะกรูก็เป็นเหมือนกัน เอิ๊กกกกกกกกกส์!

แต่เป็นพี่ ๆ นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียนะครับ บางครั้งไอ้พวกเด็กกว่าทั้งหลายนี่มันก็อาจจะกลายสภาพเป็นเด็กบ้าเด็กเปรตมาให้ผู้ใหญ่กว่าอย่างผมปวดหัวได้เหมือนกัน

เอาละ คราวนี้ถึงทีผมเผาไอ้พวก เด็กสร้างบ้าน ตัวแสบ ๆ คืนแล้วละครับ

รายแรกนี่เป็นเด็กรุ่นน้องที่ทำงานร่วมกันครับ อย่างที่เคยเกริ่น ๆ ไปแล้วว่า งานของผมมันมีการสังสรรค์แบบไม่ได้ขาดอยู่แล้ว (เอ หลัง ๆ เริ่มไม่แน่ใจว่า ไม่ได้ขาด หรือว่า ขาดไม่ได้ กันแน่)

มีอยู่คราวนึง ผมจำเป็นต้องไปทำงานต่างจังหวัด ไอ้เจ้าตัวดีคนนี้ก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานด้วย หลังจากข้าวเย็นตกถึงท้อง เจ้านี่ก็เริ่มเปรี้ยวหาที่กินเหล้าตามระเบียบ

โชคไม่ดีสักเท่าไหร่ครับ จังหวัดนั้นยามค่ำคืนนั้นเข้าขั้นเงียบถึงเงียบมาก ร้านรวงกินข้าวตอนสองทุ่มยังไม่ค่อยจะมี ไอ้นี่ มันยังอยากจะไปเที่ยว ดูมัน

ขอย้ำนะครับ ว่าเป็นตัวจังหวัด ไม่ใช่อำเภอตำบลห่างไกลที่ไหน แต่จังหวัดไหนอย่าไปรู้เลย มีสถานที่อโคจรน้อย ๆ ก็ดีอยู่แล้วครับ

กลับมาว่าเรื่องของเรากันต่อดีกว่าครับ

เราไปทำงานเป็นคณะที่ใหญ่พอสมควร กว่าสิบชีวิตได้ หลังจากที่วนเวียนหา ที่ไปต่อ กันจนเกือบถอดใจ ร้านแรกที่พวกเราเจอเป็นคาราโอเกะครับ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักนัก ชาวคณะส่วนหนึ่งตกลงใจจะนั่งร้องเพลงกันอยู่ที่นี่ อีกส่วนหนึ่งขอกลับโรงแรมนอน แบบว่าขี้เกียจหาที่ไปแล้ว ประมาณนั้น

ตอนแรกเจ้าพระเอกของเราก็ดี๊ด๊าดีอยู่หรอกครับ คาราโอเกะนี่ของชอบ แต่หลังจากเข้าไปสำรวจภายในมาแล้วมันก็เดินหน้ามุ่ยกลับมาที่รถ

พี่ ๆ มันไม่เวิร์คอ่ะ คาราโอเกะไรวะไม่มีหญิงนั่งเป็นเพื่อน พี่ไปหากะที่ใหม่กะผมนะ ปล่อยให้คันนู้นเค้าอยู่ที่นี่ไปละกัน

ผมกับพลพรรคในรถก็ไม่รู้ทำไง นึกในใจว่า จะมีที่ใหม่ที่ไหนของเอ็งอีกละวะ ขับรถตระเวนจนแทบจะทั่วเมืองแล้ว แต่เอาเป็นว่าตามใจมันหน่อยละกัน เดี๋ยวมันหาไม่ได้ก็กลับมาสมทบกับพวกที่นี่เองแหละ

เจ้านี่มันก็พยายามจริง ๆ ครับ นั่งรถไปแวะถามไป วินมอเตอร์ไซด์ยันร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางก็ไม่เว้น จะหาที่เด็ด ๆ มีหญิงเอาใจให้ได้ ว่างั้นเถอะ

ผ่านไปเกือบชั่วโมง มันก็เจอที่หมายจนได้ครับ

ไม่รู้ว่ามันเหนื่อยจนเพี้ยนหรือเป็นรสนิยมส่วนตัวอยู่แล้วไม่ทราบได้ พอเจอที่เหมาะเข้าก็บอกให้คนขับจอดรถ แล้วก็เดินดุ่ยเข้าไป ปล่อยให้อีกสามสี่คนที่เหลือยืนงงมองหน้ากันไปมาอยู่ที่รถ

พี่ ๆ เอาที่นี่แหละ เออ เผด็จการจริง ๆ มัน

ถ้ามันเป็นที่น่าอภิรมย์อยู่ มันก็ไม่มีปัญหาสำหรับพวกผมหรอกครับ แต่จะบอกให้ว่า ที่ที่มันอุตส่าห์หาจนเจอนั้นเป็น

เอ่อ...คาเฟ่ชั้นเดียวข้างทางครับ

ไอ้ที่จริงผมก็ไม่ได้โฮโซอะไรมากนะครับ กินเหล้าร้านลาบส้มตำได้ ไม่มีปัญหา แต่คาเฟ่นี่ ไม่ใช่แนวจริง ๆ ให้ตายดิ้น

เคยเห็นบรรยากาศคาเฟ่ในวีดีโอตลกมั้ยครับ มืด ๆ มีไฟสี ๆ วับ ๆ แวม ๆ มีเวทีให้นักร้องขึ้นไปร้องเพลงเรียกมาลัยจากแขก

ครับ อารมณ์นั้นเลย แต่เล็กและแคบกว่าหลายเท่า ตามประสาคาเฟ่ต่างจังหวัด

อ้อ ลืมบอกไป มาลัยพวงละยี่สิบ ขายเหมาทีละห้าพวงหนึ่งร้อยบาท ซื้อแยกทีละพวงเป็นสิ่งไม่ควรทำ น่าเกลียดน่ากลัวสามตัวบาทมาก ๆ

นักร้องก็เอ่อ โทษทีครับ ขนาดอยู่ในแสงสลัว ๆ ยังอยากยกมือไหว้เรียกป้าเลย ถ้าเปิดไฟสว่างท่าทางจะหาทางเผ่นแทบไม่ทัน

สรุปคืนนั้น พวกผมก็ต้องทนนั่งกินเหล้ากันตัวลีบ ๆ พร้อมกับหลบหลีกจากการลวนลามจากบรรดาป้า ๆ นักร้องที่คอยมาเกาะแกะประจบขอมาลัยไปพลาง

น้องคนนึงหน้าละอ่อนกว่าเพื่อน เลยตกเป็นเป้าหมายใหญ่ จนมันแทบจะมุดลงใต้โต๊ะลงไปกลั้นใจตายซะให้รู้แล้วรู้รอด

ทีแรกกะจะกินเหล้าที่สั่งมาให้หมดขวดก่อนค่อยกลับ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจถอยทัพกลับก่อนที่ใครสักคนจะโดนรุมข่มขืนจากบรรดานักร้องคาเฟ่กลัดมัน ซึ่งนาน ๆ จะเจอหนุ่ม ๆ หน้ามนมาให้เคี้ยวถึงที่ซะที (ปกติก็คงมีแต่บรรดาป๋า ๆ แก่ ๆ ซึ่งแม้จะใจป้ำ แต่ก็คงไม่เร้าใจป้า)

รอดชีวิตออกจากที่นั่นได้ เจ้าตัวดีมันยังมีหน้ามาบอกอีกนะว่า

แหม ก็อย่างนี้แหละพี่ คาเฟ่ต่างจังหวัด

ครับผม ไอ้คุณน้อง พี่มันไม่เคย มันก็เลยไม่ชิน ขอบคุณนะครับที่ให้ประสบการณ์ใหม่ แต่คราวหน้าเห็นทีต้องขอตัวนะครับ

แบบว่ามันไม่ได้ฟีลล์น่ะ ครั้งเดียวก็เกินพอ (โว้ย!)

อีกรายนึง เจ้านี่ก็รุ่นน้องสุดที่รัก ปกติก็เข้าขากันดี รสนิยมค่อนข้างใกล้เคียงไปจนถึงเหมือนมาก ไอ้เรื่องพาไปเที่ยวคาเฟ่แบบรายแรกเนี่ย คงไม่เกิดกะมัน จริง ๆ ดูท่าจะไม่มีปัญหา แต่ก็ยังไม่วายมีเรื่องมาเล่าให้ฟังจนได้

ต่างจังหวัดอีกแล้วครับท่าน ก็เป็นจังหวัดที่เงียบเหงาพอดูเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับขนาดจังหวัดข้างบน

ไอ้นี่ก็ขาเที่ยวตัวฉกาจเหมือนกัน หลังอาหารเย็นก็ต้องมีสักรายการนึงก่อนนอน แต่วันนั้นไม่รู้ผีขยันตัวไหนมันมาเข้าสิง หอบงานจากกรุงเทพฯ มาทำถึงที่โรงแรมซะด้วย ผมได้ยินมันบอกขอตัวทำงาน แทบอยากเอาหัวโขกข้างฝาสักสามทีซ้อน เพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

เอ็งจะไม่ไปไหนจริง ๆ นะ ข้าจะได้เปลี่ยนชุดนอนเลย ขอถามย้ำอีกทีเถอะน่า มันผิดปกติวิสัยจริง ๆ พับผ่า

จริง ๆ ดิพี่ นี่งานยังไม่เสร็จเลย แถมที่นี่มีที่เที่ยวซะทีไหน ถ่งเธคก็ไม่มี วันนี้เราเวียนหาที่พักกันตั้งหลายรอบ ยังไม่เห็นเจอ

โอเค จัดให้ได้เลย พักตับซะบ้างก็ดีอยู่เหมือนกัน

ไอ้ผมก็เปลี่ยนชุดนอนเอกเขนกดูทีวีซะดิบดี ที่ไหนได้ ยังไม่ทันจะเคลิ้มเลย มันก็เริ่มเปิดประเด็น

ขี้เกียจทำแล้วอ่ะพี่ เราไปซื้ออะไรที่เซเว่นมากินกันที่ห้องดีกว่านะ

น่านนนนน! ทำไมซื้อหวยไม่เคยถูกอย่างนี้ฟระ

จะห้าทุ่มแล้วเนี่ยนะ ก็ผมขี้เกียจนี่ นอนเล่นกำลังสบายเลย

น่า พี่ นะนะ จะได้หลับสบาย อ้อนยังกับเด็ก ๆ เชียวมัน

สุดท้ายผมก็ต้องลุกขึ้นมาใส่กางเกงยีนส์ทับชุดนอน ออกไป 7-11 กับมันจนได้

ขับรถเลี้ยวออกจากโรงแรมได้ยังไม่ถึงสองร้อยเมตร ผมกะมันก็เห็นเธคขนาดย่อมตั้งตระหง่านอยู่ทางขวา เดินมาเที่ยวยังได้เลยนะเนี่ย

ก่อนที่ผมจะเอ่ยปากอะไร มันก็ชิงพูดแก้ตัวออกมาซะก่อน

แหม พี่ ทางนี้เรายังไม่เคยผ่านเลย ใครจะไปรู้ล่ะว่ามี เราเข้าโรงแรมมาจากอีกด้านนึง แต่มันคงไม่มีคนหรอกพี่ ดูดิ ลานจอดรถว่างซะขนาดนั้น ไปซื้อเซเว่นมากินนะดีแล้ว

เอาเลยครับไอ้น้อง จะทำอะไรก็ทำ

ออกมาจาก 7-11 พร้อมเบียร์สามขวดใหญ่ กับแกล้มอีกนิดหน่อย ตอนขากลับก็ต้องผ่านเธคที่ว่านั้นอีกที

แต่คราวนี้หน้าเธคที่เดิมไม่ได้ว่างอย่างเดิมครับ กลับมีสาวหุ่นดีกลุ่มใหญ่กำลังเดินเข้าประตูไปอย่างต่อหน้าต่อตา เจ้าตัวดีก็หันกลับมาทำตาวาว ๆ ใส่ผม

พี่ ๆ ผมเปลี่ยนใจแระ เรามาเที่ยวกันดีกว่า น่าน เอาเข้าให้แล้วไง

เอ็งเอาจริงดิ แล้วเอ็งจะทำไงกะเบียร์พวกนี้ ผมก็นึกว่ามันล้อเล่น

เราก็กลับไปอุ่นเครื่องกันที่โรงแรมไง พอเบียร์หมดค่อยออกมา ใกล้ ๆ เองพี่ มันเอาจริงวุ้ย ไอ้นี่

แต่นี่มันจะห้าทุ่มแล้วนะเอ็ง 

โห พี่ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ปิดตีสองอยู่แล้วเธคสมัยนี้ เบียร์สามขวด ซดเดี๋ยวเดียวก็หมด เข้าไปจะได้เปลืองน้อยหน่อยไง ชักแม่น้ำทั้งห้ามาเลยมัน

พอกลับถึงโรงแรมมันก็จัดแจงรินเบียร์ยัดเยียดกึ่งบังคับให้กินหมดไว ๆ จะได้ออกไปกัน

กว่าจะจัดการกับเบียร์สามขวดนั่นหมด ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน

ผมจะอิดออดอะไรมันก็ไม่ฟัง ยืนยันจะให้ไปเที่ยวเป็นเพื่อนมันให้ได้

เอาวะ เอาไงก็เอา ต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนเก่า ๆ เป็นชุดที่พอดูได้อีก

แต่พอไปถึง หลังรถจอดผมก็จัดการถามเด็กรับรถก่อนเลยว่าที่นั่นปิดกี่โมงกี่ยามกัน

ตีหนึ่งครับพี่ ผมก้มลงมองนาฬิกา มันเข้าสู่วันใหม่มาได้พักนึงแล้ว

ผมหันกลับไปมองหน้ามันเป็นเชิงถาม

กลับก็ได้พี่ เข้าไปไม่ทันไรมันก็คงปิดแล้ว เสียงอ่อย ๆ ของเจ้าตัวดีตอบกลับมา

เฮ้อ! ชีวิตกรู ต้องตามใจอะไรมรึงนักหนา รู้งี้อยู่ที่โรงแรมก็หลับสบายไปถึงไหน ๆ แล้ว

อยากจะโดดสกายคิกเข้าหน้าผากมันจริง ๆ

ยิ่งเขียนก็ยิ่งยาวครับ กระทู้วงเหล้าเนี่ย สงสัยต้องยกยอดต่อตอนหน้าอีกตามเคย

คอยติดตามนะครับ ตอนหน้ากะว่าจะเผาคนแถว ๆ นี้แหละ เอาแบบใกล้ ๆ ตัวให้ได้กลิ่นเหม็นไหม้กันชัด ๆ ไปเลย

เอิ๊กกกกกกกกกส์!

28 ธันวาคม 2547

2005/Jan/19

พี่ ๆ ไปกินข้าวมันไก่กันดีกว่า ข้าวมันไก่ก็เป็นอีกเมนูฮิตครับ ข้าวหอม ๆ ไก่นุ่ม ๆ น้ำซุปร้อน ๆ ซดคล่องคอดีนัก เหมาะเป็นอาหารหลังสลายวงเหล้าเป็นอย่างยิ่ง

เอ็งจะไปร้านไหนล่ะ วังหินหรือประตูน้ำ ผมถามต่อให้มันเลือก เพราะจากจุดที่อยู่ ทั้งสองร้านไม่ไกลทั้งคู่ แต่ถ้าเป็นวังหินจะดีกว่านิดนึงสำหรับผม เพราะมันใกล้ที่อยู่ที่นอน

ถ้าเป็นเรื่องรสชาติ ทั้งสองที่นี่ข่มกันไม่ลงหรอกครับ มีความแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย แต่อร่อยเหมือนกันครับ

ร้านแรก อยู่ตรงแยกวังหินครับ ถ้ามาจากแยกเสนา พอข้ามสะพานก่อนถึงแยกวังหิน จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือตรงเชิงสะพานครับ รู้สึกจะเปิดตั้งแต่ห้าทุ่ม ถ้าจำไม่ผิด

พวกเราชอบสั่งไก่รวมมิตรแยกมากินกับข้าวมันครับ มีทั้งไก่ต้มและไก่ทอดรวมกันมาในจานเดียว อร่อยแบบลืมกลัวไข้หวัดนกไปเลย

ส่วนร้านที่ประตูน้ำน่าจะมีคนรู้จักเยอะครับ ถ้ามาจากทางถนนเพชรบุรีตัดใหม่จะถึงก่อนแยกประตูน้ำครับ อยู่ตรงหัวมุมซอยทางลัดที่จะเลี้ยวเข้าไปบิ๊กซีราชดำริได้ ขายทั้งกลางวันและกลางคืน

ร้านนี้ก็อร่อยครับ โดยเฉพาะข้าวมันที่หอมนุ่มเป็นพิเศษ

ถ้าวัดกันแบบหมัดต่อหมัด เรื่องข้าวมัน ร้านที่ประตูน้ำจะเป็นต่ออยู่นิดหน่อยครับ ส่วนเรื่องไก่กับน้ำซุป ร้านแยกวังหินจะได้คะแนนเหนือกว่าแบบฉิวเฉียด ส่วนน้ำจิ้มผมให้เสมอกันก็แล้วกัน

เอาเป็นว่า สะดวกที่ไหนไปที่นั่น เราไม่มีปัญหาครับ เพราะบางทีเที่ยวกันทองหล่อสุขุมวิท มีสมาชิกบางคนบ้านอยู่สมุทรปราการ จะลากไปกินข้าวมันไก่กันถึงเสนาวังหิน ดูจะทรมานเพื่อนไปสักนิด

แต่ถ้าเป็นไก่ชนิดที่ไม่ได้มากะข้าวมัน แบบว่าประเภทขาว สวย หมวย เซ็กส์ เอ็กซ์แตก แต่งตัวเปรี้ยวสายเดี่ยวดัดฟันมาเนี่ย เพื่อนผมฝากบอกว่า ต่อให้อยู่ถึงประตูน้ำพระอินทร์ก็จะตามไปกินให้ได้ครับ (ฮา!)

อีกหนึ่งเมนูโปรดของคอเหล้า ก็น่าจะเป็นข้าวต้มรอบดึก

เพราะนอกจากจะมีเมนูอาหารหลากหลายให้เลือกสั่งแล้ว บางร้าน เอ่อ จริง ๆ แล้วต้องพูดว่าส่วนมาก ยังสามารถสั่งเหล้าเบียร์มากินต่อได้ หากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดยังไม่ถึงขีดพอใจ

เรียกว่า ยังเมาไม่ได้ที่(ที่จะนอนหลับสบาย) ว่างั้นเถอะ

ร้านประจำของชาวสมาคมเรา อยู่ถนนติวานนท์ ฝั่งทางด้านกระทรวงสาธารณสุขครับ ถ้ามาจากแยกแคลาย เลยแยกเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญามา ก่อนถึงสะพานข้ามแยกที่จะตรงไปพระรามห้า ให้สังเกตทางซ้าย จะเห็นร้านข้าวต้มรอบดึกที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ริมถนนเลยครับ บางช่วงเวลาอาจจะหาที่จอดริมถนนยากหน่อยครับ เพราะร้านนี้คนมาอุดหนุนเยอะเหมือนกัน

กับข้าวที่พวกผมสั่งเป็นประจำก็ไม่พ้น ไข่เจียว ยำปลาสลิดกุนเชียงไข่เค็ม หมูแผ่น กุยช่ายขาวหมูกรอบ ไส้หมูพะโล้ ต้มซุปเปอร์บาทาไก่ โอ๊ย! พิมพ์ไปพิมพ์มา น้ำลายพาลจะไหล

ส่วนจะเป็นข้าวสวยหรือข้าวต้ม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กะรสนิยมส่วนบุคคลเลยครับ

ร้านนี้ ไอ้เปรี้ยวของเราจะ appreciate มาก เพราะอยู่หน้าคอนโดมันพอดิบพอดี ชนิดว่าอิ่มเมื่อไหร่ สะบัดตูดลูบพุงขึ้นไปนอนต่อได้ภายในไม่เกินสิบนาที

แถมยังได้โชว์แฟนว่าเป็นคนรักเดียวใจเดียว ไปกินเหล้ากะเพื่อนทั้งนั้น ไม่มีวอกแวกไปจีบหญิงที่ไหน ด้วยการโทรไปชวนแฟนลงมานั่งกินข้าวด้วย (เผื่อเมาต่ออีกรอบจะได้มีคนหิ้วปีกกลับห้อง)

แต่ถ้าคืนไหนมีหญิงผ่านเข้ามาในวงจรชีวิตจริง ๆ ละก็ อย่าหวังครับ เสร็จภารกิจก็ตรงดิ่งขึ้นห้อง ทำเป็นนอนเมาไม่รู้ไม่ชี้เชียวละมัน

มาถึงตอนนี้ก็นึกได้ว่า ร้านที่แนะนำมาทั้งหมด เป็นร้านที่อยู่ในมหานครและปริมณฑลทั้งนั้นเลย ผมยังมีร้านเด็ดอยู่อีกที่ครับ แต่คงจะไกลสักนิด

เพราะมันอยู่ถึงจังหวัดเชียงใหม่โน่น

ชาวเจียงใหม่อย่าว่าผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเลยนะครับ แต่ว่าผมประทับใจร้านนี้จริง ๆ นา

ทั้งอร่อย ทั้งแปลก จะให้ไม่คิดถึงเขียนถึงยังไงไหว

ไอ้กระผมเกิดมาก็ไม่เคยกินอาหารปื้นเมืองเหนือหลังจากกินเหล้ากะเค้าสักที พอได้ลองเข้าก็ถึงขั้นติดใจ ไปเชียงใหม่คราวไหน ต้องหาโอกาสไปกินให้ได้สักคืนใดคืนนึง

ร้านที่ว่า เป็นร้านขายข้าวเหนียวไก่ทอด น้ำพริกหนุ่ม และอื่น ๆ อยู่แถว ๆ กำแพงดินครับ

ร้านนี้มีเสน่ห์หลายอย่างครับ ผมจะเล่าให้ฟัง

อย่างแรกเลย ร้านนี้เปิดตอนห้าทุ่มครึ่งตรงครับ ใครมาก่อน ไม่ว่าจะกี่นาทีอย่าหวังจะได้แอ้ม กรุณานั่งเจี๋ยมเจี้ยมรอกันไปอย่างเงียบ ๆ เพราะเจ้าของร้านเสียงดุมาก ห้ามแซงคิว เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย

และเราจะได้เห็นผู้คนหลากหลายมาเข้าคิวซื้อเข้าคิวกินกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดา ไปจนถึงหนุ่มสาวนักเที่ยวสายเดี่ยวหลุดก้นก็ยังอุตส่าห์มาเข้าคิวซื้อข้าวเหนียวไก่ทอดกลับไปจกเอาแรงต่อที่บ้าน

อาหารเมืองที่นี่ก็อร่อยมากครับ ที่จะสั่งประจำก็คือชุดใหญ่ เพิ่มไข่ต้ม

กรุณานึกภาพตามนะครับ เมื่อเค้ายกมาให้ บนโต๊ะจะประกอบไปด้วย ข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ หมูทอดไก่ทอด น้ำพริกหนุ่ม ปลาสลิดทอด ผักแนม และอีกสารพัดชนิด รวมถึงไข่ต้มสุกกำลังดีที่เราต้องสั่งเพิ่มทุกครั้ง เนื่องจากไม่พอกิน

เฮ้อ! ใครก็ได้จองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ให้ที น้ำสายสอไปหมดแล้ว

แต่ชาวสมาคมบางคนก็ไม่ค่อยชอบร้านนี้เท่าไหร่นะครับ ไม่ใช่เพราะไม่อร่อย แต่พวกมันบอกว่าการมานั่งกินข้าวเหนียวนึ่งตอนดึก ๆ แบบนี้มันอิ่มท้องไป อึดอัดพาลจะนอนไม่หลับ

ก็ใครใช้ให้พวกเอ็งกินเข้าไปเยอะ ๆ เล่า กินแค่พออิ่มน่ะเป็นมั้ยเล่า (ฮา!)

เห็นทีคงจะต้องหยุดพาชิมทัวร์ไว้เพียงเท่านี้แล้วละครับ เขียนไปนี่ก็หิวจะแย่

การกินอะไรสักอย่างให้พออิ่มท้องหลังจากดื่มเหล้าเยอะ ๆ หรือนาน ๆ เนี่ย มันก็ช่วยให้คุณไม่เมาค้าง หรือหิวจัดหลังจากตื่นในตอนเช้าได้นะครับ

แค่อาหารอร่อย ๆ ร้อน ๆ กลับไปก็อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อนนอน เช้าตื่นขึ้นมารับรองว่าไม่มีอาการแฮงค์ปวดหัว ต้องไปพึ่งยงพึ่งยาให้มันเปลืองเงินเข้าไปอีกหรอกครับ

แต่ถ้านักดื่มบางคนมีกิจกรรมอย่างอื่นก่อนนอนที่ทำให้หลับสบายได้ดีอยู่แล้ว ก็คงไม่จำเป็นต้องไปหาอะไรใส่ท้องตัวเองให้มันอ้วนเสียเปล่า ๆ

ส่วนจะไปเอาอะไรใส่ท้องคนอื่นนั้น ไอ้กระผมคงไม่ไปยุ่งด้วย ขออิจฉาอยู่เงียบ ๆ ก็แล้วกัน

เอิ๊กกกกกกกกกส์!

7 ธันวาคม 2547